ประโยชน์จากการทานกล้วยน้ำว้า

กล้วยน้ำว้าเป็นผลไม้ไทยที่ออกผลทุกฤดูกาล ราคาไม่แพงมาก บางบ้านยังมีต้นกล้วยเป็นของตัวเอง เก็บผลกล้วยน้ำว้ากินได้ตลอด ซึ่งจัดว่าเป็นความโชคดีด้านอาหารเพื่อสุขภาพเลยก็ว่าได้นะ เพราะกล้วยน้ำว้าสรรพคุณดีต่อสุขภาพมากพอตัวเลยล่ะ ลองมาดูประโยชน์ของกล้วยน้ำว้ากันเลย

กล้วยน้ำว้า คุณค่าทางอาหารเพียบ

กล้วยน้ำว้า 1 ผลเล็ก น้ำหนักส่วนที่กินได้ 40 กรัม ให้คุณค่าทางสารอาหาร ดังนี้

พลังงาน 59 กิโลแคลอรี , น้ำ 25 กรัม , น้ำตาล 9 กรัม , ใยอาหาร 0.9 กรัม , เบต้าแคโรทีน 22 ไมโครกรัม , วิตามินซี 4 มิลลิกรัม , โปแตสเซียม 128 มิลลิกรัม

นอกจากนี้ในผลกล้วยทุกชนิดยังมีโปรตีน ไขมัน เกลือแร่ต่าง ๆ โดยเฉพาะแคลเซียม ธาตุเหล็ก วิตามิน กรดอะมิโน เช่น อาร์จินิน ฮิสติดีน และทริปโตเฟน เป็นต้น

แก้โ ร คกระเพาะ

ถ้าอย ากได้สรรพคุณกล้วยน้ำว้าในเรื่องรักษาโรคกระเพาะ ต้องเลือกกล้วยน้ำว้าดิบ เพราะในกล้วยน้ำว้าดิบจะมีแทนนิน กรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่มีฤทธิ์ฝาดสมาน ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย และป้องกันผนังลำไส้ไม่ให้ถูกทำลายโดยเชื้อโรคหรือเอนไซม์ที่มีรสเผ็ดร้อน (จากพริก) จึงช่วยให้อาการแสบท้องของโรคกระเพาะ และแผลในกระเพาะลดน้อยลง

ทั้งนี้การกินกล้วยน้ำว้าดิบเพื่อรักษาโรคกระเพาะ ให้ปอกเปลือกกล้วยแล้วฝานเนื้อกล้วยน้ำว้าเป็นแผ่นบาง ๆ จากนั้นนำกล้วยที่ฝานไว้ไปตากแดด 2 วัน หรือจนกว่ากล้วยจะแห้งกรอบ จากนั้นนำกล้วยที่แห้งแล้วมาบดเป็นผงละเอียด แล้วตักครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ มาละลายน้ำข้าว น้ำผึ้ง หรือน้ำอุ่น ๆ รับประทานก่อนอาหาร 30 นาที และก่อนนอน

แก้ท้องร่วง

สารแทนนินในกล้วยน้ำว้าดิบมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของอาการท้องร่วงได้ด้วยเช่นกัน โดยให้นำกล้วยน้ำว้าดิบมาหั่นแล้วตากแห้ง จากนั้นบดเป็นผงแป้ง ชงในน้ำร้อนครั้งละ 10 กรัม ต่อน้ำ 1 แก้ว ดื่มรักษาอาการท้องร่วงได้เลย

แก้นอนไม่หลับ

คนที่นอนห ลับย าก นอนไม่หลับบ่อย ๆ กินกล้วยน้ำว้าช่วยแก้นอนไม่หลับได้นะ เพราะกล้วยน้ำว้ามีทริปโตเฟน กรดอะมิโนที่ช่วยกระตุ้นการสร้างสารเซโรโทนิน สารแห่งความสุข สงบ ช่วยให้นอนหลับง่าย ดังนั้นกินกล้วยหลังอาหารเย็น 2 ผล ตามคำแนะนำของ นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ ประธานคณะกรรมการสาธารณสุข และนายกสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย ก็จะรู้สึกผ่อนคลาย แก้นอนไม่หลับได้โดยไม่ต้องพึ่งยา

ลดความหย า บ กร้านของผิวหนัง

อีกหนึงวิธีที่ช่วยบรรเทาผิวหย า บ กร้าน ให้กลับมานุ่มและชุ่มชื่น คือการมาส์กผิวด้วยกล้วยน้้ำว้า โดยนำกล้วยสุกมาบดให้ละเอียด เติมน้ำผึ้งประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน นำไปพอกบริเวณผิวที่หย า บ กร้าน ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก จะช่วยให้ผิวนุ่มเนียนขึ้น
(กล้วยดิบ)

แคลเซียมสูง บำรุงกระดูกและฟัน

นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ ประธานคณะกรรมการสาธารณสุข และนายกสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย แนะนำให้กินกล้วยเสริมแคลเซียมให้ร่างกาย โดยกินกล้วยห่าม ๆ ที่นำไปปิ้งจะยิ่งดี เพราะแคลเซียมจะดูดซึมได้มากขึ้นถึง 4 เท่า ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ทั้งยังป้องกันภาวะกระดูกพรุนในผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป

ช่วยชะลอวัย

อย่าลืมว่าในกล้วยน้ำว้ามีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ซึ่งจะช่วยปกป้องเซลล์จากการทำลายของสารอนุมูลอิสระได้ ชะลอความเสื่อมของวัย และในกล้วยน้ำว้ายังอุดมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่ ไฟเบอร์ ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณจากภายใน ดังนั้นกินกล้วยน้ำว้าอย่างน้อยวันละ 1 ผลไปเลยเนอะสาว ๆ

ในปันจุบันก็ยังเป็นที่นิยม ในแทบทุกครัวเรือนจะมีกล้วยติดครัวอยู่เสมอ ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ มีรสหวาน อมเปรี้ยวเล็กน้อย รับประทานได้ง่าย เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัยหาซื้อได้ตามท้องตลอดทั่วไปอีกทั้งราคาไม่แพง เพราะเป็นกล้วยที่ชาวสวนนิยมปลูกมาก

(กล้วยดิบ)

เป็นกล้วยที่มีเปลือกสีเขียวค่อยข้างเข้มหรือกล้วยดิบนั้นเอง มีสรรพคุณช่วยแก้โรคกระเพาะ เพราะในกล้วยดิบมีสารที่ให้ความฝาด เรียกว่า แทนนิน (Tannin) เป็นกรดอ่อนๆ มีฤทธิ์ในการเคลือบกระเพาะอาหารและลำไส้ได้ แต่กล้วยดิบนั้นไม่สามารถนำมารับประทานได้ทันที ต้องนำผลดิบไปบดเป็นผง แล้วนำมารับประทาน ครั้งละ 1 ช้อนชา 3 ครั้งก่อนอาหาร ซึ่งสามารถเพิ่มความอร่อยด้วยการผสมกับน้ำผึ้งก็ได้ค่ะ

(กล้วยห่าม)

อาจเรียกได้ว่าเป็นกล้วยกึ่งสุกกึ่งดิบ เปลือกมีสีเขียวอมเหลือง สามารถนำมารับประทานได้ทันที ซึ่งกล้วยห่ามจะมีโพแทสเซียมสูง ที่มีสรรพคุณช่วยชดเชยโพแทสเซียมให้แก่ร่างกายและแก้โรคท้องเสียได้เป็นอย่างดี แล้วยังช่วยเพิ่มกากใยที่ช่วยในการขับถ่าย และเคลือบแผลในกระเพาะอาหารได้ด้วยเช่นกัน

(กล้วยสุก)

เป็นกล้วยที่มีสีเหลืองสดพร้อมรับประทาน มีสารเพ็กติน (Pectin) ที่เป็นเส้นใย ช่วยเพิ่มกากอาหารหรือพรีไบโอติก (Prebiotic) ตามธรรมชาติ ทำให้สามารถขับถ่ายได้ดี ถือว่าเป็นย าระบายอ่อนๆอย่างดีกับคนที่มีอาการท้องผูก ซึ่งในคนที่มีอาการท้องผูกมากๆควรรับประทานวันละ 5 – 6 ลูก นะคะ เพื่อให้ได้ผลดีกับระบบขับถ่ายค่ะ

(กล้วยงอม)

เป็นกล้วยสีเหลืองเข้มคล้ำๆ เนื้อกล้วยจะค่อยข้างเละ ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรับประทาน แต่ในทางกลับกันกล้วยงอมกลับมีประโยชน์มากมาย ทั้งช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ทำให้มีปริมาณเม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีสาร Tumor Necrosis Factor (TNF) ที่ช่วยป้องกันจากเซลล์ที่ผิดปกติ โดยเฉพาะกล้วยที่มีจุดดำมากเท่าไหร่ยิ่งดี คุณสามารถเสริมภูมิคุ้มกันป้องกันโรคหวัดได้ด้วยการรับประทาน
กล้วยน้ำว้าวันละ 1-2 ลูก เพื่อสุขภาพที่ดีได้ค่ะ

ขอบคุณคลิปจาก : สุขศึกษาน่ารู้ , เรียบเรียงโดย : esanlandnews

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!