ค นมีวๅสนๅ มั กมี 3 ข้ อนี้

ท่ านผู้ที่มีถ้ามีวาสน า คือคนที่มีสิ่งนี้ โดยมีมาโดยที่ท่ านไม่รู้ตั วเองด้ว ยซ้ำ เราลองไปชมบ ทความนี้กั นเล ย

1. วาส น า ที่หนึ่ง คือ มีข้าวให้กิน เเละกินข้าวได้

2. วาส น า ที่สอง คือ มีเตียงให้นอน เเละนอนหลั บได้

3. วาส น า ที่สาม คือ มีเรื่องให้หั วเราะ เเละหั วเราะได้

เท่านี้เองคือคนที่มีวาสน า ที่จริงแล้ว เราทุกคนก็มีกันครบหรือเกื อ บครบทุกข้ อเลย เราเองก็เป็นคนที่มีวาสน านะ

หลายครั้งที่คนเรา มองหาสิ่งที่เรียกว่าความร่ำร วย ข้าวของ เ งิ น ทอง มากมาย ถึงเรียกว่ามีวาสน า คนเราพย า ย ามที่จะตามหาสิ่งนั้นสิ่งนี้

ตามหาความสุขมาทั้งชีวิต และเหมือนยิ่งวิ่งตามหาเท่าไหร่ กลับยิ่งไกลออกไป ยิ่งทุก ข์ มากขึ้นทุกที เพราะคำว่าอย า กได้

อย า กมีมากขึ้นๆ แต่เราลองมองย้อนกลับไปว่าที่จริงแล้ว ความสุขก็แค่การมีวาสน าทั้งมด 3 ข้อนี้เท่านั้น

นั่นก็เพียงพอกับชีวิตที่เรียบง่ายแล้ว

หากจะเปรียบ วาสน า คงเป็นดังนี้

วาสน า

ไม่ได้อยู่ที่คุณมีรถหรูเพียงใดขับ แต่อยู่ที่ขับรถกลับบ้ านได้อย่ างปล อดภั ยหรือไม่

วาส น า

ไม่ได้อยู่ที่คุณมีบ้ านหลั งใหญ่โตเพียงใด แต่อยู่ที่ในบ้ านมีเสียงหั วเราะหรือไม่

วาส น า

ไม่ได้อยู่ที่พ่อแม่เหลือมรดกไว้ให้คุณหรือไม่ แต่อยู่ที่พ่อแม่แข็งแรงให้คุณดูแลปรนนิบัติหรือไม่

วาส น า

ไม่ได้อยู่ที่คุณมีคู่ชีวิตสวยหรือหล่อเพียงใด แต่อยู่ที่เขาและเธอเข้าใจคุณหรือไม่

วาส น า

ไม่ได้อยู่ที่ลูกของคุณเรียนเก่งทำงานเก่งเพียงใด แต่อยู่ที่กตัญญูรู้คุณหรือไม่

วาส น า

ไม่ได้อยู่ที่คำหวานหูหรือเสียงปรบมือเมื่อคุณมีเงินนั้นดังเพียงใด แต่อยู่ที่เมื่อคุณล้มลงยังมีอีกหลายมือ ยื่นมาฉุดให้คุณลุกขึ้นยืนใหม่อีกครั้งหรือไม่