9 ประโยชน์ของน้ำซาวข้าว

การซาวข้าวนั้น ส่วนใหญ่พอซาวเสร็จแล้ว เราก็มักจะเทน้ำทิ้งไปจนหมด ซึ่งก็ถือว่าน่าเสียดายอยู่ไม่น้อย เพราะความจริงแล้ว น้ำซาวข้าวยังมีประโยชน์ที่น่าสนใจซ่อนอยู่วันนี้เราได้นำเคล็ดลับประโยชน์ดีๆ ของน้ำซาวข้าวที่มีต่อบ้านและสวนของคุณมาฝาก เพื่อให้คุณได้เห็นถึงความดีงามและประโยชน์ของน้ำซาวข้าวจนตัดสินใจเททิ้งไม่ลงเลยล่ะ

1. ดีต่อผ้าขาว

ถ้าไม่อย ากมีปัญหาเสื้อผ้าสีขาวมีรอยยับ ลองแช่เสื้อผ้าสีขาวเหล่านั้นลงไปในน้ำซาวข้าวเจือจาง แล้วปล่อยทิ้งไว้สัก 5 นาที จากนั้นนำมาล้างน้ำออกให้สะอาด แล้วนำไปซักแบบปกติ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้เสื้อที่รีดง่ายและมีรอยยับน้อยลงแล้วล่ะ

แต่ก็ไม่ใช่ช่วยให้ผ้าไร้รอยยับเพียงอย่างเดียวเท่านั้นนะคะ เพราะจริงๆ แล้วน้ำซาวข้าวยังช่วยให้เสื้อสีขาวที่ดูเก่าหมอง กลับมาขาวสะอาดเหมือนใหม่ได้ด้วย โดยวิธีการก็ง่ายๆ เพียงแค่นำเสื้อผ้าสีขาวที่เราจะซักไปแช่ไว้ในน้ำซาวข้าวประมาณ 3 วัน โดยเปลี่ยนน้ำใหม่ 1-2 ครั้ง ในแต่ละวัน เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำซาวเข้าบูดหรือเน่าเสีย พอครบตามเวลาที่กำหนดก็ให้นำผ้าขึ้นมาซักตามปกติ เสร็จแล้วเสื้อสีขาวที่เคยหมองก็จะกลับมาสะอาดวิ้งอีกครั้งแล้วค่ะ

2. น้ำซาวข้าวใช้พอกหน้า

น้ำซาวข้าวอุดมไปด้วยวิตามินเกลือแร่และเซราไมด์ (Ceramide) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยปกป้องผิวพรรณให้แข็งแรง ลดการสูญเสียน้ำของผิว ทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น ลดการสังเคราะห์เม็ดสีผิวซึ่งช่วยป้องกันการเกิดฝ้ า ก ร ะ และจุดด่างดำและยังทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น

การใช้น้ำซาวข้าวพอกหน้ามีวิธีการเตรียมสำหรับพอกหน้าทำได้ง่าย ๆ โดยการนำน้ำซาวข้าวใส่ตู้เย็นวางทิ้งไว้ให้ตกตะกอน 1 คืน จากนั้นเทส่วนใสออกและนำเอาส่วนตะกอนมาพอกหน้าได้เลย หรืออาจจะผสมกับแป้งสาลีหรือน้ำผึ้งก่อนนำมาพอกหน้าก็ได้

3.ใช้ต้มผักเพื่อลดรสขมและคงความหวานอร่อยของผัก

น้ำซาวข้าวอุดมไปด้วยแคลเซียมซึ่งสามารถลดรสขมและเมือกของผักต่าง ๆ เช่น หน่อไม้ หัวไชเท้า แครอท และเผือกได้ดี ทั้งนี้ผักที่ต้มด้วยน้ำซาวข้าวจะคงรสหวานอร่อยกว่าการต้มด้วยน้ำธรรมดา

4. น้ำซาวข้าวแก้อาการคันศีรษะและผมมัน

มีสูตรการทำดังนี้
ส่วนผสม มะกรูด 1 ลูก
น้ำซาวข้าว พอประมาณ

วิธีทำ
1. นำผิวมะกรูดมาตำให้ละเอียด แล้วบีบน้ำมะกรูดลงไป
2. เติมน้ำซาวข้าวอุ่นๆ พอประมาณ คนให้เข้ากันทิ้งไว้ประมาณ 5 – 10 นาที
3. กรองเอาแต่น้ำไปสระผม ระวังอย่าให้เข้าตา ใช้สระผมได้เป็นประจำเท่าที่ต้องการ จะรู้สึกเบาสบายศีรษะ และช่วยบำรุง หนังศีรษะ แก้อาการคันได้ชะงัดได้

5.ดีต่อภาชนะในครัวเรือน

รู้ไหมคะว่าน้ำซาวข้าวสามารถนำมาใช้ล้างถ้วย จาน ชาม หม้อ และภาชนะต่างๆ ที่มีคราบไขมันและกลิ่นคาวเกาะติดได้ แถมยังไม่มีสารเคมีเจือปนอีกด้วย ฉะนั้นใครที่มีปัญหาน้ำย าล้างจานหมดฉุกเฉิน ก็สามารถใช้น้ำซาวข้าวล้างแทนได้แบบสบายๆ อีกทั้งยังมีงานวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทย าลัยพบว่า น้ำซาวข้าวที่แช่ข้าวไว้ 24 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับน้ำย าล้างจานเป๊ะๆ เลยด้วย

นอกจากนี้การนำน้ำซาวข้าวเทลงในหม้อหุงข้าว จากนั้นก็หุงจนน้ำเดือด เสร็จแล้วก็นำมาล้างตามปกติ จะช่วยให้ปัญหาหมอหุงข้าวบูดหายไปได้อีกด้วย ฉะนั้นบ้านใครที่มีปัญหาหม้อหุงข้าวมีกลิ่นบูดเหลืออยู่ ก็ลองทำตามวิธีนี้เลย รับรองเห็นผลชัวร์

6. ดีต่อผัก ผลไม้

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทุกวันนี้ผักและผลไม้มีย าตกค้าง ดังนั้นก่อนจะนำมารับประทาน เราต้องล้างผักและผลไม้ให้สะอาดอยู่เสมอ ทว่านอกจากน้ำเปล่าแล้ว น้ำซาวข้าวก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยขจัดสารพิษตกค้างออกไปได้อย่างหมดจด โดยให้นำผักและผลไม้แช่ลงไปในน้ำซาวข้าวประมาณ 5-15 นาที ซึ่งน้ำซาวข้าวที่ใช้ควรเป็นน้ำซาวข้าวครั้งที่ 2 (น้ำซาวข้าวครั้งแรกอาจมีสิ่งสกปรกเจือปน) เมื่อแช่เสร็จก็ให้นำไปล้างน้ำเปล่าอีกครั้ง แค่นี้ก็รับประทานได้แบบปลอดภัยไกลจากสารเคมีต่างๆ แล้ว

7. ดีต่อกระจก

สำหรับคนที่อย ากให้กระจกภายในบ้านใสสะอาด ให้นำน้ำซาวข้าวไปล้างกระจก แล้วเช็ดออกด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ เพียงง่ายๆ แค่นี้ก็ช่วยให้กระจกของคุณใส สะอาด และดูดีขึ้นเป็นกองแล้วล่ะ

8. ดีต่อพื้นไม้

นอกจากประโยชน์ด้านบน ถ้าบ้านใครเป็นบ้านไม้ แล้วอย ากให้พื้นไม้สะอาดเงางามละก็ แนะนำให้ใช้ผ้าชุบน้ำซาวข้าวเช็ดให้ทั่วพื้น จากนั้นก็ใช้ผ้าแห้งเช็ดตามอีกที เท่านี้ก็ได้พื้นบ้านไม้เงาวับแล้ว

9. ดีต่อต้นไม้

ประโยชน์ข้อสุดท้าย ขอแนะนำให้รดน้ำต้นไม้ด้วยน้ำซาวข้าวบ่อยๆ แล้วจะพบว่าต้นไม้ของคุณดูแข็งแรงและมีใบที่สวยงามมากยิ่งขึ้น เนื่องจากในน้ำซาวข้าวมีสารอาหารจากข้าวละลายอยู่มาก เมื่อใช้น้ำซาวข้าวรดน้ำต้นไม้เป็นประจำ ก็จะช่วยเร่งให้ต้นไม้แข็งแรงและเจริญงอกงามได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งหากนำน้ำซาวข้าวมาผสมกับกากน้ำตาลและจุลินทรีย์ ก็จะได้น้ำหมักชีวภาพมาใช้เองได้อีกด้วย

ในเมื่อน้ำซาวข้าวมีประโยชน์ต่อบ้านของเราขนาดนี้ ต่อไปเวลาหุงข้าวก็อย่าเผลอทิ้งน้ำซาวข้าวไปซะเฉยๆ เชียวล่ะ อ้อ แล้วก็อย่าลืมว่าน้ำซาวข้าวครั้งแรกอาจมีสิ่งสกปรกเจือปน ดังนั้นถ้าจะใช้น้ำซาวข้าวไปล้างภาชนะและผลไม้ต่าง ๆ ก็ควรจะใช้เป็นน้ำซาวข้าวครั้งที่ 2 นะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก womensweekly, rakbankerd, gotoknow, Mitchai Khamngok, vegetweb

เรียบเรียงโดย : zomzaaa (esanlandnews)