อานิงส์ทำบุญกฐิน ชีวิตเริ่มดีขึ้นลองทำดู

งานกฐินวัดถือเป็นงานบุญที่มีมาอย่างยาวนานสร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานได้ทั้งบุญอีกด้วย โดยหลังจากที่ออกพรรษาแล้ว ก็จะเข้าสู่ช่วงการทอดกฐิน ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ไปจ นถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 จึงถือว่าเป็นบุญเฉพาะกาล ไม่เหมือนการทอดผ้าป่า การทอดกฐิน ถือเป็นสังฆทานชนิดหนึ่ง หลายคนยังไม่ทราบเ รื่ อ งอานิสงส์การทอดกฐิน

กฐิน เป็นศัพท์ใน พระวินัยปิฎก เถรวาท เป็นชื่อเรียกผ้า ไตรจีวร ที่ พระพุทธเจ้า ทรงอนุญาต ให้ ภิกษุ ผู้อยู่ จำพรรษา ครบ ๓ เดือนแล้ว สามารถรับมานุ่งห่มได้ ซึ่งสำหรับบ้านเราหลังจากที่ออ กพรรษาไปแล้ว ก็จะเข้าสู่ช่วงทำบุญกฐินกัน หล า ยคนจึงมักจะร่วมเป็นเจ้าภาพ เพราะเชื่อว่าการทำบุญทอ ดกฐินนั้นเป็นบุญใหญ่ วันนี้เราจึงจะพามาดู อานิสงส์ของการทอ ดกฐิน บุญใหญ่น่าอัศจรรย์ใจ จะเป็นอย่ างไรนั้นเราไปดูกันเลย

 

การทอดกฐินคือ การนำผ้ากฐินไปวางไว้ต่อหน้าพระสงฆ์อย่ างต่ำห้ารูปแล้วให้พระสงฆ์รูปใดรูปหนึ่งที่ได้รับมอบหมายจากคณะสงฆ์ ทั้งนั้นเป็นเอกฉันท์ให้เป็นผู้รับกฐินนั้นถือว่าเป็นการสร้างบุญใหญ่ที่สมควรทำเป็นอย่ างยิ่งหากเกิดเป็นคนในชาตินี้ หากอย ากให้มีวาสนาดีเงินทองคล่องมือไม่มีวันตกต่ำขอให้ร่วมเป็นเจ้าภาพในการทอดกฐินผ้าป่าติดต่อ กันอย่ างน้อย3ปีติดกันการ ร่วมเป็นเจ้าภาพนั้นไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นถึงประธานหรือ ก ร ร มการที่สมัยนี้มีการกำหนดกันว่าต้องบริจาคเงินเท่านั้นเท่านี้

แต่การร่วมเป็นเจ้าภาพนั้นหมายถึงเป็นกฐินสามัคคีที่ทุกคนร่วมเป็นเจ้าภาพได้จะร่วมเป็นเจ้าภาพใส่ซองหนึ่งบาทหรือพันบาทก็ ถือว่าร่วมเป็นเจ้าภาพได้บุญทั้งสิ้นโดยคำว่าการทอดกฐินหรือ

การกรานกฐินจัดเป็นสังฆก ร ร มประเภทหนึ่งต ามพระวินัยบัญญัติเถรวาทที่มีกำหนดเวลา คือพระสงฆ์สามารถกระทำสังฆก ร ร มนี้ได้นับแต่วันแรม1ค่ำเดือน 11 ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 เท่านั้นโดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ คือสร้างความสามัคคีในห มู่คณะสงฆ์และอนุเคราะห์ภิกษุผู้ทรงคุณ ที่มีจีวรชำรุดดังนั้นกฐินจึงจัดเป็นเรื่องเกี่ยวกับสังฆก ร ร มของพระสงฆ์โดยจำเพาะ แต่ใครจะได้บุญมากหรือน้อยต้องดูที่ปัจจัยหล า ยอย่ างในเรื่องของเงินบริสุทธิ์เจตนา

และความพ ย า ย า มซึ่งก็แล้วแต่บุญและก ร ร มของคนที่ทำ ในพุทธกาลมีตัวอย่ างมากมายหล า ยเรื่องที่คนทำบุญด้วยเงินน้อยแต่ได้ผลบุญที่ออ กดอ กออ กผลมหาศาลพระพุทธองค์ได้ทรงตรัสไว้ว่าคนที่ทอ ดกฐินด้วยใจบริสุทธิ์หรือว่าร่วมในการทอดกฐินครั้งหนึ่งก็ ดีจะปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าก็ได้จะปรารถนาเป็นพระอัครสาวกก็ได้ จะปรารถนาเป็นพระอรหันต์ก็ได้เมื่อบุญน้อยลงมาจะเป็นพระมหากษัตริย์500ชาติเป็น มหาเศรษฐี 500 ชาติเป็นอนุเศรษฐี อีก500ชาติเป็นคหบดีอีก500ชาติต ามลำดับอานิสงส์ของการร่วมทำบุญทอ ดกฐินยังมีอีกมากมาย

6 อานิสงส์ของการร่วมทำบุญทอดกฐิน ได้แก่

1.) ทำให้เป็นผู้มั่งคั่งมีทรัพย์สินมาก และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้โดยง่าย

2.) ทำให้เป็นผู้มีจิตใจแช่มชื่น บริสุทธิ์และผ่องใสอยู่เสมอ

3.) ทำให้เป็นผู้มีจิตใจตั้งมั่น เป็นสมาธิและเข้าถึงธรรมได้โดยง่าย

4.) ได้ชื่อว่าเป็นผู้สามารถใช้ทรัพย์สมบัติให้เกิดเป็นบุญกุศลติดตัวไปในภพเบื้องหน้าได้อย่างเต็มที่

5.) ทำให้เป็นคนรูปงาม ผิวพรรณงาม เป็นที่รักของคนทั่วไป

6.) ทำให้เป็นผู้มีชื่อเสียง เกียรติคุณ น่ายกย่องสรรเสริญ เป็นที่ตั้งแห่งศรัทธาน่าเคารพนับถือ

ท่านจงคิดดูเอาเองแล้วกันว่าถ้าร่วมทอ ดกฐิน 3 ปี ติดต่อ กันนั้นบุญนั้นจะมากเท่าใดครูบาอาจารย์ท่านถึง ได้เน้นในเรื่องนี้มากและมีตัวอย่ างที่พิสูจน์มาแล้วมากมายใครที่ขัด สนเรื่องเงินทองมีแต่ปัญหาเรื่องเงินบอ กได้คำเดียวว่าควรทำอย่ างยิ่ง

ในชาดกซึ่งเป็นเ รื่ อ งเล่าถึงการบำเพ็ญบารมีของพระพุทธเจ้าในอดีตชาติ ทำให้เราเห็นภาพความสำคัญของบุญกฐินอย่างน่าอัศจรรย์

โดยกล่าวว่า อำนาจบุญกุศลที่ได้ถวายผ้ากฐิน เป็นกุศลผลบุญที่ใหญ่หลวง ผู้ถวายจะปรารถนาความสำเร็จใด ในภพชาติใหม่ ก็จะให้สำเร็จได้ดังมโนรถความปรารถนา หรือถ้าจะปรารถนาพุทธภูมิก็ดี ปัจเจกภูมิก็ดี สาวกภูมิก็ดี สาวิกาภูมิก็ดี เมื่อมีวาสนาบารมีแก่กล้าแล้วก็จะได้สำเร็จดังมโนปณิธาน หรือความปรารถนาที่ตั้งไว้

ผู้มีส่วนร่วมในกฐินย่อมได้อานิสงส์ ผู้ชักชวนให้ทอดกฐินก็ได้อานิสงส์ กฐินมิได้มีอานิสงส์เฉพาะเจ้าของกฐินเท่านั้น แม้ผู้ชักชวนให้ผู้อื่นทอดกฐิน ถ้ารู้จักวิธีในการอธิษฐานบุญก็ย่อมได้รับอานิสงส์เหมือนกัน

ไม่ว่าเงินที่จะได้จะมากหรือน้อย หากทำด้วยจิตศรัทธา ไม่ว่าเจ้าภาพ ผู้ออกโรงทาน ผู้บริจาคเงิน ผู้สละแรงกายมาช่วยงาน แม้แต่ผู้ที่อนุโมทนาในบุญดังกล่าว ล้วนมีส่วนแห่งบุญทั้งสิ้น ดังภาษิตของพระพุทธเจ้าซึ่งพระสงฆ์นำมาสาธยายขณะให้พรแ ก่ญาติโยมหลังจากทอดกฐินเสร็จว่า “ชนทั้งหลายเหล่าใดอนุโมทนา หรือช่วยขวนขวายในทานนั้น ชนทั้งหลายเหล่านั้นย่อมเป็นผู้มีส่วนในบุญนั้นด้วย”